Tagged: Pali Canon

Pali Buddhist Proverbs: Translations from Thai

Continuing with translations of Buddhist aphorisms and proverbs from Thailand, here is a list of proverbs from a Thai website, Dhammathai, with proverbs from Pali translated into Thai. Pali, a form of Sanskrit, is the sacred language of Theravada Buddhism, the Tripitaka canon being written in this language. The website lists proverbs under 20 heads, reproduced here; I picked a few proverbs from each head.

This is a continuation of “Last Stop Is the Graveyard: More Thai Buddhist Aphorisms” here.

*

1) Introducing Dharma (ธรรมะเบื้องต้น)

คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
Fools and rogues should not be leaders.

ตนเป็นที่พึ่งของตน
One is one’s own shelter.

ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์
Wisdom is a greater blessing than wealth.

ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า
Triumph over oneself is the greatest blessing.

คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
A true saying is something that never dies.

การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
Debt from loan is worldly suffering.

บัณฑิตย่อมฝึกตน
The wise train themselves.

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
Givers are loved.

.

2) Persons (บุคคล)

ผู้เกลียดธรรม เป็นผู้เสื่อม
Who hates the dharma is doomed.

อ่อนไปก็ถูกเขาหมิ่น แข็งไปก็มีภัยเวร
The weak are insulted, the strong are facing retribution.

ผู้ไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก
People exempt from others’ gossip are not to be found in this world.

ผู้มีความรู้ในทางชั่ว เป็นผู้เสื่อม
People knowledgeable in the ways of evil are doomed.

ผู้มีความรู้ในทางที่ดี เป็นผู้เจริญ
People knowledgeable in the ways of good are blessed.

พวกโจรเป็นเสนียดของโลก
Thieves are the misfortune of this world.

ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ
Followers of the dharma are blessed.

ผู้เคารพผู้อื่น ย่อมมีผู้เคารพตนเอง
People who respect others are respected.

ความซื่อสัตย์นั่นแล ดีกว่ารสทั้งหลาย
Uprightness is better than all feelings.

.

3) Study (การศึกษา)

ความมีปัญญา ย่อมรู้ได้จากการสนทนา
Wisdom can be learned through conversation.

บิดามารดา พึงให้บุตรเรียนศิลปวิทยา
Parents should allow their children to learn arts and sciences.

ปัญญา ย่อมเกิดขึ้น เพราะการฝึกฝน
Wisdom arises through practice.

ผู้ตั้งใจศึกษา ย่อมได้ปัญญา
Careful study leads to wisdom.

ปัญญาเปรียบเสมือน เครื่องประดับแห่งตน
Wisdom is like jewels.

ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
Wisdom is the light of the world.

คนโง่ มักตกอยู่ในอำนาจแห่งมาร
Fools fall in the power of Mara.

.

4) Speech (วาจา)

วาจาเช่นเดียวกับใจ
Like heart, like speech.

ไม่ควรเปล่งวาจาที่ชั่วเลย
You should not utter evil speech.

คนกล่าววาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน
Evil speakers get into trouble.

ควรกล่าวแต่วาจา ที่น่าพอใจ
You should only make pleasant speech.

คนโกรธมีวาจาหยาบ
Angry people make rude speech.

คำสัตย์ แลเป็นวาจาที่ไม่ตาย
Words of truth are speech that never dies.

คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก
Liars go to hell.

.

5) Patience/Forbearance (ความอดทน)

ความอดทน เป็นตบะของผู้พากเพียร
Patience is the asceticism of the diligent.

ความอดทน นำมาซึ่งประโยชน์สุข
Patience brings profit and happiness.

ความอดทนเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์
Patience is the adornment of the wise.

ขันติ คือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง
Patience, that is forbearance, is the ultimate penance.

ความอดทนเป็นกำลังของนักพรต
Patience is the power of the ascetics.

สมณพรามหณ์ มีความอดทนเป็นกำลัง
Brahmins have patience and strength.

ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุคคลอื่น
Patient people are loved by others.

.

6) Diligence (ความเพียร)

อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์
Don’t let time pass by uselessly.

คนที่ผลัดวันว่าพรุ่งนี้ ย่อมเสื่อม ยิ่งผลัดว่ามะรืนนี้ ก็ยิ่งเสื่อม
One who postpones to tomorrow is doomed, and when he postpones to the day after tomorrow even more so.

คนขยัน พึงไม่ให้ประโยชน์ที่มาถึงแล้วผ่านไปโดยเปล่า
Diligent people should not let advantages come and go in vain.

ค่อยๆ เก็บรวบรวมทรัพย์ ดังปลวกก่อจอมปลวก
Slowly gather wealth like termites build their mound.

อย่ารำพึงถึงความหลัง อย่ามัวหวังถึงอนาคต
Don’t brood over the past; don’t be infatuated with expectations of the future.

.

7) Anger (ความโกรธ)

พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ
Cut off anger through restraint.

ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข
When you kill off anger, you shall live in bliss.

พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา
Cut off anger through wisdom.

ผู้เมามึนด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์
People engulfed in anger lose dignity.

ความโกรธก่อความพินาศ
Anger stirs up destruction.

คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
Irascible people live in suffering.

ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้
After anger is gone, one suffers like from being set on fire.

.

8) Victory (การชนะ)

การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
The gift of dharma overcomes all giving.

รสแห่งธรรมะ ย่อมชนะรสทั้งปวง
The taste of dharma overcomes all tastes.

ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
Extinction of passion overcomes all grief.

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้
You should overcome the miser through giving.

พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี
You should overcome the wicked through goodness.

พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
You should overcome the angry through absence of anger.

ความยินดีในธรรมะ ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
Delight in dharma overcomes all delights.

.

9) Carelessness (ความประมาท)

ผู้ประมาท เหมือนคนตายแล้ว
Careless people are like dead.

คนพาลมีปัญญาทราม ย่อมประกอบแต่ความประมาท
A foolish rogue is only made of carelessness.

.

10) The Contrary of Carelessness (ความไม่ประมาท)

ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย
People who are not careless don’t die.

ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ยินดีในความไม่ประมาท
All of you must be people who delight in heedfulness.

บัณฑิตย่อมสรรเสริญความไม่ประมาท
The wise extol heedfulness.

.

11) Training (การฝึกตน)

ผู้ประพฤติดี ย่อมฝึกตนอยู่เป็นนิจ
Good-behaved people train often.

ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี
Overcoming oneself, here is the good.

ติตนเองเพราะเหตุใด ไม่ควรทำเหตุนั้น
Why self-criticism? This trouble should not be.

พึงขวนขวายในเป้าหมายของตน
You ought to do your utmost for your goals.

ไม่พึงอาศัยผู้อื่นยังชีพ
You should not rely on others for your subsistence.

ท่านเอ๋ย ! ท่านก็สามารถทำดีได้ ไยจึงมาดูหมิ่นตัวเองเสีย
Hey you! You can do good, why do you look down upon yourself?

.

12) Friends (มิตร)

มีมิตรเลว มีเพื่อนเลว ย่อมมีมารยาทเลว และที่เที่ยวเลว
To have bad friends is to have bad manners and bad hangouts.

เมื่อความต้องการเกิดขึ้น สหายเป็นผู้นำสุขมาให้
When need arises, a friend is someone who makes good happen.

ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง
Who does not offend friends has worshippers everywhere.

มารดาเป็นมิตรในเรือนตน
A mother is a friend in the house.

มารดาบิดา ท่านเรียกว่าเป็นพรหม
Mother and father you call Brahma.

คนคุ้นเคย ไว้ใจกันได้ เป็นญาติอย่างยิ่ง
Intimate friends can trust each other, are very close relatives.

ถ้าได้สหายเป็นผู้รอบคอบ พึงพอใจและมีสติเที่ยวไปกับเขา
If you have cautious friends, you can travel with them in peace of mind.

ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้
People who offend friends are lousy.

.

13) Socializing (การคบหา)

ควรคบมิตรที่ดี
You should make friends with good people.

แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ
Trust not even friends.

ผู้คบคนเลว ย่อมพลอยเลวไปด้วย
To mix with bad people is to become bad.

เมื่อเขาไม่มีเยื่อใย ป่วยการอยู่กินด้วย
Without sentiment, one gets sick of marital life.

อย่าสมาคมกับคนพาลซึ่งเป็นดังศัตรูทุกเมื่อ
Don’t mix with rogues, who are like enemies at any time.

โจรพาลอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น
Where there are thugs, the pundit should not go.

เมื่อคบคนที่ดีกว่า ตัวเองก็ดีขึ้นมาฉับพลัน
When you mix with better people, you become better at once.

.

14) Self-Making (การสร้างตัว)

บุคคลพึงหาเลี้ยงชีพ โดยทางชอบธรรม
One ought to earn a living according to love of dharma.

บุคคลพึงประกอบการค้าที่ชอบธรรม
One ought to do business according to love of dharma.

บุคคลไม่พึงหาทรัพย์ด้วยการคดโกง
Don’t make a fortune through swindle.

ถึงไม่ได้ แต่ชอบธรรม ยังดีกว่าได้โดยไม่ชอบธรรม
Not being able to do something but loving dharma is better than doing the thing without love of dharma.

ทรัพย์สินย่อมพอกพูนขึ้นได้ เหมือนดังก่อจอมปลวก
Property can be increased like termites build a mound.

โภคะของใคร ไม่ว่าสตรีหรือบุรุษ ที่จะสำเร็จเพียงด้วยคิดเอา ย่อมไม่มี
Wealth, whether of woman or man, which be made by thinking only, this doesn’t exist.

ชีวิตจะอยู่ได้ที่ไหน พึงไปที่นั้น ไม่พึงให้ที่อยู่ฆ่าตนเสีย
A place where you can live is where you must go; don’t let a place kill you.

.

15) Governance (การปกครอง)

ผู้มีภาระปกครองรัฐ จงอย่าได้ประมาทเลย
Who bears the responsibility of government must not be careless.

ถ้าผู้ปกครองทรงธรรม ประเทศชาติก็เป็นสุข
When officials follow dharma, the nation is blessed.

การอยู่ในอำนาจของผู้อื่น เป็นทุกข์ทั้งสิ้น
To be in the power of others is out-and-out misfortune.

พึงระแวง สิ่งที่ควรระแวง
Beware of what should.

ผู้ปกครองชอบธรรมจึงจะดี
When officials love dharma, they do good.

พึงยกย่องคนที่ควรยกย่อง
Respect people who deserve respect.

เมื่อมีความประมาท ก็เกิดความเสื่อม
Where there is carelessness, there is decline.

เมื่อมีความเสื่อม ก็เกิดโทษประดั
Where there is decline, sufferings are many.

สักการะฆ่าคนชั่วได้
Worship can kill the wicked.

พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง
Prevent the dangers that are to come.

.

16) Harmony (สามัคคี)

สามัคคีของหมู่ทำให้เกิดสุข
Harmony in the group brings bliss.

จงสามัคคีมีน้ำใจต่อกัน
Be all united in harmony and consideration to each other.

สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันยังฆ่าเสือโคร่งได้ เพราะใจรวมเป็นอันเดียว
United, pigs can kill a tiger because their hearts together are one.

.

17) Social Assistance (เกื้อกูลสังคม)

พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ
You must sacrifice your wealth to save your limbs.

พึงสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต
You must sacrifice limbs to save your life.

พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และ แม้ชีวิต เพื่อรักษาความถูกต้อง
You must sacrifice wealth, limbs, and even your life for the sake of what is right.

ผู้ฉลาดควรสละสุขเล็กน้อย เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
Intelligent people ought to sacrifice their little happiness to the greatest happiness of the community.

.

18) Finding Happiness (พบสุข)

ไม่มีอะไรเลย ไม่มีใครเบียดเบียน
Nothing left, no one bothers you.

ท่านผู้ไกลกิเลส มีความสุขจริงหนอ
Far from passion, you have true bliss.

คนมีห่วงกังวล ย่อมวุ่นวายอยู่
Worries bring confusion.

ตราบใด ยังมีชิ้นเนื้อคาบไว้นิดหน่อย ตราบนั้น ก็ยังถูกกลุ้มรุมยื้อแย่ง
To the last tiny bit of meat, the swarm is on it for grabs.

พวกมนุษย์ผู้อ่อนปัญญา ไม่เห็นอริยธรรม สนทนาถกเถียงกันทั้งวันทั้งคืน แต่ในเรื่องที่ว่า เงินของเรา ทองของเรา
Soft brains are not absorbed in dharmic meditation and conversation night and day but in money matters.

ผู้ถึงธรรม ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ฝันเพ้อถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ดำรงอยู่ด้วยสิ่งที่เป็นปัจจุบัน ฉะนั้น ผิวพรรณจึงผ่องใส
Those who have reached dharma are not grieved by things that passed away, do not dream about things yet to come, they are all in the present; therefore, their skin shines.

มัวเศร้าโศกอยู่ก็ซูบผอมลง อาหารก็ไม่อยากรับประทาน ศัตรูก็พลอยดีใจ ในเมื่อเขาถูกลูกศรแห่งความโศกเสียบแทงย่ำแย่อยู่
Grief emaciated him, as he did not want to eat anymore; his enemies rejoiced, seeing him pierced by the arrows of relentless sorrow.

.

19) Charity (ทาน)

ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก
Who gives the best receives the best.

คนฉลาด พลอยยินดีการให้ทาง
Intelligent people are glad to give advice.

คนดี บำเพ็ญประโยชน์แก่ปวงชน
Good people are of benefit to the people.

คนดี ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น
Good people like to help others.

คนใจการุณ ช่วยแก้ไขคนให้หายโศกเศร้า
Kind-hearted people help others heal from sorrow.

ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข
The wise who gives happiness receives happiness.

.

20) Precepts (ศีล)

ศีล เป็นเยี่ยมในโล
Precepts are a blessing in this world.

นักปราชญ์พึงรักษาศีล
The wise maintains the precepts.

เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น
If you watch out, evil won’t happen.

*

As an illustration for this post, a picture somewhat remote from religion and moral philosophy, as it is the 2011 official logo for the celebration of the 500 years of Thai-Portuguese relations (1511-2011). As a friend of both Thailand and Portugal, I like to recall that Portugal was the first Western nation to make contact with Thailand, the then Ayutthaya Kingdom, as early as 1511. The story of these relations is fascinating in its own right.

๕๐๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-โปรตุเกส

Thai Mysteries 4

More annotated Thai vocabulary for those interested in supernatural Buddhism, Vedic supernaturalism, the magical arts, and spirituality.

The following entries are classed in Thai alphabetical order. Let us then start without further ado, with the

กุมภัณฑเปรต: เปรตที่มีอัณฑะใหญ่โตมาก.

Kumpantapret: A pret demon with huge testes.

Pret (from Sanskrit preta) are a kind of supernatural beings or demons living in a world of their own not much different from a hell pit (see Abaipum), although they can interfere with human lives in this world in certain circumstances. There exist several typologies of these demons, one of which features the here kumpantapret or ‘elephantiac preta,’ so to speak.

ข้าวตอกดอกไม้: เครื่อวบูชามี่ข้าวตอกและดอกไม้.

Kaotok-dokmai: A religious offering of popped rice and flowers.

เขี้ยวแก้ว: เขี้ยวของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระเขี้ยวแก้ว; เขี้ยวที่งอกอยู่กลางเพดานปากของหนุมาน; เขี้ยวพิษของงู.

Kiao-keo: ‘glass teeth’ 1/ the teeth of Lord Buddha are known as Pra-kiao-keo; 2/ the fangs in monkey god Hanuman’s mouth; 2/ the fangs of any venomous snake.

คนธรรพ์: ชาวสวรรค์พวกหนึ่งจัดเป็นเทพชั้นต่ำ เป็นบริวารท้าวธตรฐ ชำนาญในด้านดนตรีและขับร้อง.

Kontan: the Gandharvas (Sanskrit), a class of inhabitants of the heavenly abodes, counted as minor gods. They form the retinue of Deva Tatarot, one of the four Tjatulokban or Kings of the first Heaven, and are skillful musicians and singers. The spouses of the gandharvas are the apsaras.

ไตรจีวร: ผ้า ๓ ผืนของพระภิกษุซึ่งพระวินัยอนุญาตให้มีไว้ใช้ประจำตัว คือ อันตรวาสก (สบง) อุตราสงค์ (จีวร) และสังฆาฏิ (ผ้าทาบ), ผ้าไตรหรือไตร ก็เรียก.

Trai-tjiwon: the garments that the Vinaya, i.e. that part of the Buddhist Pali Canon that deals with monkhood and its regulations, allows the monks to wear as a rule, namely the antarawasok, covering the lower parts of the body from the waist down (translated as sarong, a Malay word; in Thai: sabong), the utarasang, or the robe itself, and the sangkati, a shawl for the shoulders and chest.

นางไม้: ผีผู้หญิงที่สิงอยู่ตามต้นไม้ใหญ่เช่นต้นตะเคียนเป็นต้น.

Nang-mai: a female spirit that dwells in big trees, such as the thingan or iron wood tree. The nang-mai is a rukkatewada (see that word). The prai-tani (here) is a kind of nang-mai.

เบิกไม้: ก. ทำพิธีเช่นผีป่าหรือรุกขเทวดาก่อนตัดไม้ใหญ่ในป่าสูง.

Beuk-mai: to perform a ceremony to forest spirits (pipa) or rukkatewada (see that word) before falling a big tree in the forest.

ใบพัธสีมา, ใบสีมา, ใบเสมา: แผ่นหินมียอดคล้ายรูปกลีบบัว เป็นเครื่องหมายบอกเขตโบสถ์.

Baipattasima, Baisima or Baisema: a stela with a top in the shape of a lotus petal and that marks the limits of a Buddhist temple ground.

ปรก: เรียกพระผู้นั่งภาวนาในพิธีปลุกเสกว่า คณะปรก; ซุ้มเล็ก ๆ ที่พระสงฆ์อาศัยในเวลาอยู่ปริวาส.

Prok: (from ‘to cover’) 1/ the name of the sitting, praying monks during a ceremony of consecrating Buddha images or sacred objects is kana-prok (‘the covering team’) (see Puttapisek); 2/ a small arch under which a monk remains confined when he is atoning for the sangkatiset violation of the Vinaya (see Pariwat).

For another use of the word prok, namely nak-prok, see Thai Mysteries 2 here.

ประเจียด: ผ้าลงเลขยันต์ถือกันว่าเป็นเครื่องป้องกันอันตรายได้ ใช้เป็นผ้าผูกคอหรือผูกต้นแขนเป็นต้น.

Pra-tiat: a piece of cloth inscribed with yantras (mystic symbols and diagrams) believed to ward off danger and harm. It is fastened around the neck, the upper arm etc.

ปริวาส: วิธีลงโทษตนเองของพระสงฆ์ที่ทำผิดวินัยต้องอาบัติสังฆาทิเสส คือ กักบริเวณตนเองอยู่ในที่จำกัด.

Pariwat: a penance for the monks guilty of the fault called sangkatiset (most heinous after parachik, which is sanctioned by excommunication) and consisting in confinement (see Prok).

The rules followed by Theravada Buddhist monks are laid down in the Vinaya, which is the second ‘basket’ or treatise of the Pali Canon, a.k.a. ‘The Three Baskets,’ Traipidok in Thai.

พรหมไทย: ที่ดินซึ่งพระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่พรหมณ์และยกเว้นภาษีอากร; ทานอันประเสริฐสุด; ของที่บิดามารดาให้.

Prom-thai: ‘Thai Brahma’ 1/ a piece of land granted to brahmans by the king and exempted from taxation; 2/ a most precious gift; 3/ a parental gift.

พระพุทธสิหิงค์: นามพระพุทธรูปหมายความว่า พระพุทธรูปที่มีท่าทางสง่างามคุจราชสีห์.

Praputtasihing: the name of a Buddha image, which meaning is a Buddha image in the dignified style of a singha-lion (rachasi).

พระยาเทครัว: ชายที่ได้หญิงเป็นภรรยาทั้งแม่ทั้งลูก หรือทั้งพี่ทั้งน้องในคราวเดียวกัน.

Prayatekrua: a man who is married with both mother and daughter or with two sisters.

พุทธาภิเษก: ชื่อพิธีปลุกเสกพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคล โดยมีกลุ่มพระเถระซึ่งเรียกว่า คณะปรก นั่งภาวนาส่งกระแสจิตเพ่งคุณพระรัตนตรัยเข้าไปสู่องค์พระหรือวัตถุมงคลนั้น ๆ เพื่อให้ศักดิ์สิทธิ์.

Puttapisek: name of a ceremony during which incantations are chanted over a Buddha image or sacred object by a group of sitting monks, known in that circumstance as kanaprok, who pay homage and concentrate in order to bestow the virtues of the Triple Gem (Buddha-Dharma-Sangha) upon that image or object and endow it with magical properties.

ภควัม: พระเครื่องรางชนิดหนึ่ง มีพระพักตร์คว่ำและปิดทวารทั้ง ๙ ได้แก่ ตา ๒ หู ๒ จมุก ๒ ปาก ๑ ทวารหนัก ๑ ทวารเบา ๑ นับถือกันว่าสามารถขจัดภัยอันตรายทั้งปวงได้.

Pakawam: a class of amulet with a frowning face and the nine openings of the body, namely the two eyes, the two ears, the two nostrils, the mouth, the anus, and the urethra, closed off. It is alleged to dispel any danger or harm completely.

เมฆพัด: ชื่อโลหะสีดำเป็นมันแววเป็นสีออกเขียวคล้ายปีกแมลงทับ เกิดจากการเอาตะกั่วกับทองแดงมาหุงเข้าด้วยกัน แล้วซัดด้วยกำมะถัน, เรียกพระเครื่องที่ทำด้วยโลหะชนิดนี้ว่า พระเมฆพัดหรือพระเนื้อเมฆพัด.

Mekkapat: name of a black shiny metal alloy that emits green glittering reflections like the wings of a bupestris beetle (picture). It is made by cooking lead and copper together, and adding sulphur (this is the short recipe). Amulets made with this metal are known as pra-mekkapat.

รุกขเทวดา: เทวดาที่สิงสถิตอยู่ตามต้นไม้.

Rukkatewada: a spirit that dwells in the trees.

These spirits are supposed to be gandharvas (see that word). The inhabitants of the first Heaven, the closest to our world, are able to travel to and fro between the two places.

รูปพรหม: เทพชั้นพรหมที่มีรูปปรากฏ อาศัยอยู่ในสวรรค์ ๑๖ ชั้นของพรหมโลก.

Ruppaprom: (from Sanskrit rupa-Brahma) a subclass of Brahma gods (Brahmas –plural– are a class of gods) with apparent body and shape, who dwell in sixteen Heavens in the Brahmaloka (abode of the Brahma gods).

ลูกนิมิต: ลูกหินกลม ๆ ขนัดประมาณเท่าบาตร ใช้ฝังเป็นเครื่องหมายเขตอุโบสถ.

Luknimit: stone balls approximately the size of alms-bowls embedded in the ground to mark the limits of a Buddhist sanctuary.

เลขยันต์: ตัวเลขที่ประกอบในแผ่นยันต์.

Lek-yan: (from Sanskrit lekka-yantra) a figure that appears on a yantra (magic diagram).

อกไข่ดาว: หน้าอกผู้หญิงที่มีขนัดเล็ก.

Okkaidao: ‘fried-eggs breast,’ a woman’s breast that is flat. (Pfff…)

อกนิษฐ์: รูปพรหมชั้นสุงสุดในพรหม ๑๖ ชั้น.

Akanit: the highest of the ruppaprom gods (see that word) that dwell in sixteen Heavens in the Brahmaloka.

อนาคามี: ผู้ไม่มาสู่กามภพอีก, เป็นชื่อพระอริยบุคคลชั้นที่ ๓ ใน ๔ ชั้น คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรัหันต์.

Anakami: ‘one who does not attend the worlds of sensuality anymore,’ the third stage among the four ‘Arya stages’ (see Ariya) or stages of enlightenment, that is 1/sodaban ‘the first to attain the Dharma Flow or Nirvana’ 2/sakatakami ‘one who attends one world of sensuality’ (these places or worlds of sensuality (kampop) are a religious term that designates a/the abaipum (see that word), b/the human world, but also c/the six heavens that I have enumerated here  – which, by the way, does not mean that places of sensuality in the non-religious sense, across the street, are attended by the sakatakami) 3/anakami, and 4/arahant.

อนุสัย: กิเลสที่แฝงตัวสงบนิ่งอยู่ในสันคาน, กิเลสอย่างละเอียด มี ๗ อย่าง คือ ๑. กามราคะ (ความกำหนัดในกาม) ๒. ปฏิฆะ (ความหงุดหงิด) ๓. ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ๔. วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) ๕. มานะ (ความถือตัว) ๖. ภวราคะ (ความกำหนัดในภพ) ๗. อวิชชา (ความไม่รู้แจ้ง).

Anusai: the seven defects ingrained in human nature, namely 1/gammaraka (lust for sex) 2/patika (the state of irritability, moodiness) 3/titti (false views) 4/witjigicha (hesitation, doubt) 5/mana (arrogance) 6/pawaraka (lust for the world and worldy pursuits) 7/awicha (imperfect knowledge or ignorance).

อบายภูมิ: ภูมิกำเนิดที่ปราศจากความเจริญ มี่ ๔ คือ นรก เปรตวิสัย อสุรกายภูมิ และกำเนิดเดรัจฉาน.

Abaipum: the derelict worlds, that is, the eight hell pits, the world of pret, the world of asuras, and the world of beasts.

อริยะ: เรียกบุคคลผู้บรรลุธรรมวิเศษในพระพุทธศาสนามี่โสดาปัตติมรรคเป็นต้น ว่า พระอริยะหรือพระอริยบุคคล.

Ariya: (Sanskrit: Aryan) in Buddhism, those who achieve the glorious Dharma –enlightenment, merit, cessation of suffering, etc.

อรูปพรหม: เทพในพรหมโลกตามคติพระพุทธศาสนา เป็นจำพวกไม่มีรูป มี ๔ ชั้น, คู่กับ รูปพรหม.

Aruppaprom: (Sanskrit arupa-Brahma) a class of gods in the Brahmaloka according to the Buddhist doctrine. They have no body or appearance. There exist four subclasses of them.

Unlike the rupaprom (see this word), the arupaprom are a distinct Buddhist feature. They are former ascetics with certain meditative powers (see the two following entries: Arupapop, Arupapatjon).

อรูปภพ, อรูปภูมิ: ภพของผู้ที่ได้อรูปฌาน ๔.

Arupapop or Arupapum: the world of those who have got the four arupa-jhanas (or arupa-dhyanas) or formless states of no-mind.

อรูปาพจร, อรูปาวจร: พรหมที่มีรูปเป็นพรหมที่ได้บรรจุอรูปฌาน.

Arupapatjon: a formless Brahma god who ‘encloses’ the four formless jhanas or states of no-mind.

อเวจี: ชื่อนรกขุมหนึ่งในนรก ๘ ขุม เป็นนรกขุมลึกที่สุดสำหรับลงโทษแก่ผู้ที่มีบาปหนักที่สุด.

Awetji: the deepest of the eight hell pits, where the greatest sinners receive their punishment.

อัฐบาน: น้ำคั้นจากผลไม้สำหรับพระภิกษุดื่มหลังเที่ยงไปแล้ว มี ๗ อย่าง คือ น้ำมะม่วง น้ำชมพู่หรือน้ำหว้า น้ำกล้วยมีเม็ด น้ำกล้วยไม่มีเม็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์หรือน้ำองุ่น น้ำเหง้าอุบล น้ำมะปรางหรือน้ำลิ้นจี่, อัฏฐบาน ก็เขียน.

Attaban: ‘the eight juices,’ a fruit juice that a monk is allowed to drink in the afternoon (as an exception to the ban on intussusception in the afternoon for monks), namely mango juice, rose apple or java plum (jambolan) juice, the juice of bananas with seeds, the juice of bananas without seeds, madhuca (Madhuca pierrei) juice, the juice of the fruit of Aglaia silvestris or grape juice, the juice of lotus rhizomes, Marian plum (Bouea burmanica) or litschi juice.

The eight juices are taken from the Vinaya and their names are therefore known in Pali. In the process of translation, some uncertainties have arisen, it seems, as a few of the eight juices can be the juice of either this or that fruit (for instance, Marian plum or litschi, which to my knowledge are not the same). Some people lay down the principle that all fruit juices are allowed in the afternoon, a view that the very word attaban, however, contradicts.

อัษฎมงคล, อัษฏมงคล: สิ่งที่ถือว่าเป็นมงคล ๘ อย่าง คือ ๑. กรอบหน้า ๒. คทา ๓. สังข์ ๔. จักร ๕. ธง ๓ ชาย ๖. ขอช้าง ๗. โคเผือก ๘. หม้อน้ำ.

Atsatamongkon: ‘the auspicious eight’, namely the krop-na (a forehead’s ornament in the shape of kratiang, a Thai design used in carving, consisting of leaves outstretching in two arms), the scepter, the conch shell, the chakra disk or wheel, the three-edged flag tongsamchai, the mahoot’s hook, the albino cow (from Shiva’s cow Nandi), and the cauldron.

อัษฎายุธ, อัษฎาวุธ: อาวุธ ๘ อย่าง คือ ๑. พระแสงหอกเพชรรัตน์ ๒. พระแสงดาบเชลย ๓. พระแสงตรี ๔. พระแสงจักร ๕. พระแสงดาบและเขน หรือดาบและโล่ ๖. พระแสงธนู ๗. พระแสงของ้าวแสนพลพ่าย ๘. พระแสงปืนคาบชุดข้ามแม่น้ำสะโตง, จะอัญเชิญมาถวายในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก.

Atsadayut or Atsadawut: ‘the eight weapons,’ namely the diamond spear, the elephant sword (a large sword used to strike from an elephant’s back), the trident, the chakra (a serrated throwing disk), the sword and shield, the bow, the war scythe, and a match-lock gun of old times. They are respectfully presented to the new king during the ceremony of his coronation.

อิทธิปาฏิหาริย์: ฤทธิ์เป็นอัศจรรย์ หมายถึงการแสดงฤทธิ์ที่เกินวิสัยมนุษย์ทั่วไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ เช่น ดำดิน ล่องหน เหาะ เป็นต้น, เป็นปาฏิหาริย์อย่าง ๑ ในปาฏิหาริย์ ๓ ได้แก่ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์.

Itti-patihan: superpowers beyond the limits of common human nature, such as the power to disappear and be invisible, the power to fly, etc. They are one of the three patihan or miracles, together with atetsana-patihan, wich is to be able to read people’s minds, and anusatsana-patihan, the doctrine (that can persuade people to trust and admire).

อุณาโลม: ขนระหว่างคิ้ว; เครื่องหมายที่เป็นมงคลอย่างหนึ่ง ลักษณะคล้ายเลขเก้าไทย มีรูป [picture] มักใช้เขียนยันต์เพื่อป้องกันภัยหรือเจิมหน้าผากในพิธีทำขวัญนาคเป็นต้น.

Unalom: 1/ hair between the eyebrows; 2/ an auspicious symbol that looks like number 9 in Thai and is written on yantras (magic diagrams) to ward off danger or anointed on the forehead of novices in the tam-kwan-nak ceremony (during which the novices are reminded to be thankful to their parents).

Previous issues of the series are to be found here: Thai Mysteries 1 & 2.

April 2017

Enregistrer

Enregistrer

Enregistrer